อ่านจบหน้านี้หน้าเดียว เข้าใจตั้งแต่สัญญาคืออะไร ไปจนถึงอ่านหน้าจอเป็น เลือกวันหมดอายุเป็น และรู้ว่ากลยุทธ์แต่ละตัวขาดทุนสูงสุดเท่าไหร่ · ท้ายบทมีเทียบกับ Futures ให้ด้วย
ลืมคำว่า Options ไปก่อน คิดถึงการวางมัดจำบ้านแทน
สมมติเจอบ้านหลังหนึ่งราคา 3 ล้าน คุณยังไม่พร้อมซื้อวันนี้ เลยวางมัดจำ 50,000 บาท เพื่อจองสิทธิ์ซื้อที่ 3 ล้าน ภายใน 3 เดือน
ผ่านไป 3 เดือน... บ้านขึ้นเป็น 3.5 ล้าน → ใช้สิทธิ์ซื้อที่ 3 ล้าน = กำไร 450,000 (หัก 50,000 ที่จ่ายไป) บ้านลงเหลือ 2.7 ล้าน → ไม่ใช้สิทธิ์ ทิ้งมัดจำ = ขาดทุน 50,000 (แค่นั้น)
นี่คือ Call Option ทั้งดุ้น เปลี่ยนแค่คำ:
| ภาษาบ้าน | ภาษา Options |
|---|---|
| เงินมัดจำ 50,000 | Premium (พรีเมียม) — ค่าสิทธิ์ |
| ราคาที่ตกลง 3 ล้าน | Strike — ราคาใช้สิทธิ์ |
| ภายใน 3 เดือน | Expiration — วันหมดอายุ |
| สิทธิ์ซื้อ | Call |
| สิทธิ์ขาย | Put |
| Call 📈 | Put 📉 | |
|---|---|---|
| คือสิทธิ์ | ซื้อหุ้นที่ราคา strike | ขายหุ้นที่ราคา strike |
| ซื้อไว้เมื่อคิดว่า | หุ้นจะขึ้น | หุ้นจะลง |
| มีค่าเมื่อ | ราคาหุ้น > strike | ราคาหุ้น < strike |
| เปรียบเหมือน | ใบจองซื้อ | ประกันภัย |
ตลาดอเมริกา: 1 สัญญา = หุ้น 100 หุ้น ราคาบนหน้าจอเขียน $2.47 ← นี่คือ "ต่อหุ้น" เงินที่จ่ายจริง $2.47 × 100 = $247 ← ประมาณ 8,400 บาท
เห็น $0.50 แล้วคิดว่าถูก — จริงๆ คือ $50 · เห็น $6.17 คิดว่าแพงไป — จริงๆ คือ $617 คูณ 100 เสมอ
ทุกธุรกรรมมี 2 ท่า (ซื้อ/ขาย) × 2 ชนิด (Call/Put) = 4 ฝั่ง และความเสี่ยงต่างกันคนละโลก
| ฝั่ง | เรียกว่า | มองตลาด | กำไรสูงสุด | ขาดทุนสูงสุด |
|---|---|---|---|---|
| ซื้อ Call | Long Call | ขึ้นแรง | ไม่จำกัด | พรีเมียมที่จ่าย |
| ซื้อ Put | Long Put | ลงแรง | มาก (จนหุ้นถึง 0) | พรีเมียมที่จ่าย |
| ขาย Put | Short Put | ไม่ลง / อยากได้หุ้นถูก | พรีเมียมที่รับ | มาก (strike × 100) |
| ขาย Call เปล่า | Naked Call | ไม่ขึ้น | พรีเมียมที่รับ | 🚫 ไม่จำกัด |
ซื้อ Call จ่าย $500 หุ้นร่วง 30% → เสีย $500 หุ้นร่วง 60% → เสีย $500 ← เท่าเดิม บริษัทล้มละลาย → เสีย $500 ← ยังเท่าเดิม ไม่มีเรียกเงินเพิ่ม
เปิดแอปมาจะเจอตารางยาวเหยียด นี่คือแปลทีละช่อง
| ช่อง | แปลว่า | ใช้ยังไง |
|---|---|---|
| Strike | ราคาใช้สิทธิ์ | เลือกตามที่คุณคิดว่าราคาจะไปถึง |
| Bid / Ask | ราคาที่มีคนรับซื้อ / ราคาที่มีคนขาย | ซื้อได้ที่ Ask · ขายได้ที่ Bid · ห่างกันมาก = ของไม่คล่อง |
| Last | ราคาซื้อขายล่าสุด | ⚠️ อาจเป็นราคาค้างจากเมื่อวาน อย่าเชื่อ |
| Volume | จำนวนที่เทรดวันนี้ | ต่ำ = ราคาบนจออาจไม่จริง |
| Open Interest (OI) | สัญญาที่ยังค้างอยู่ในตลาด | สำคัญที่สุดในกลุ่มนี้ — ต่ำ = ขายออกยาก/ได้ราคาแย่ |
| IV | ความผันผวนแฝง | ดูข้อ 6 — เป็นหัวใจ |
| Delta / Theta | กรีก | ดูข้อ 5 |
| Breakeven | จุดคุ้มทุน | strike + พรีเมียม (Call) · strike − พรีเมียม (Put) |
| ITM % | โอกาสจบแบบมีค่า | ฝั่งคนขาย = โอกาสโดนเรียกใช้สิทธิ์ |
หุ้นราคา $70 Call strike 65 → ITM (In the Money) มีมูลค่าแท้แล้ว $5 แพง ปลอดภัยกว่า Call strike 70 → ATM (At the Money) อยู่ตรงราคาพอดี สมดุล Call strike 80 → OTM (Out of the Money) ยังไม่มีมูลค่าแท้ ถูก เสี่ยงเป็นศูนย์สูง
ราคาที่แอปโชว์คือราคาซื้อขายครั้งล่าสุด ถ้าไม่มีใครเทรด strike นั้นมาทั้งวัน ตัวเลขก็ค้างอยู่อย่างนั้น สัญญาณที่ต้องจับให้ได้:
พรีเมียมทุกบาทแยกได้เป็น 2 ก้อนเสมอ
หุ้น $70 · Call strike 65 · ราคา $7 มูลค่าแท้ = 70 − 65 = $5 ← ใช้สิทธิ์เดี๋ยวนี้ก็ได้เท่านี้ มูลค่าเวลา = 7 − 5 = $2 ← ค่า "โอกาสที่มันจะขึ้นไปอีก" พอถึงวันหมดอายุ มูลค่าเวลา = 0 เสมอ เหลือแค่มูลค่าแท้
ไม่ต้องท่องสูตร จำแค่ว่าแต่ละตัวตอบคำถามอะไร
| กรีก | ตอบคำถาม | อ่านค่ายังไง |
|---|---|---|
| Δ Delta | หุ้นขยับ $1 สัญญาขยับเท่าไหร่ | 0.55 = หุ้นขึ้น $1 สัญญาบวก $0.55 · และประมาณโอกาสจบแบบมีค่า ≈ 55% |
| Θ Theta | วันนี้ผ่านไป เสียเท่าไหร่ | −0.045 = หายวันละ $0.045 ต่อหุ้น (= $4.50 ต่อสัญญา) |
| ν Vega | ถ้าความกลัวเปลี่ยน สัญญาขยับเท่าไหร่ | IV ขึ้น 1 จุด สัญญาบวกเท่านี้ · สัญญายาว vega สูงกว่า |
| Γ Gamma | Delta เปลี่ยนเร็วแค่ไหน | สูงเมื่อใกล้ ATM + ใกล้หมดอายุ = ทำไมวันท้ายๆ ราคาเหวี่ยงบ้าคลั่ง |
ตัวเลข theta ดิบไม่บอกอะไร ต้องเทียบกับราคาสัญญา:
ถ้าจำได้แค่หัวข้อเดียวจากทั้งหน้า ให้จำอันนี้
ปกติ: สูตร + ความผันผวน → ได้ราคาสัญญา IV ทำกลับ: สูตร + ราคาจริงในตลาด → ได้ "ความผันผวน"
IV ไม่ใช่ตัวเลขที่ใครประกาศ — มันคือการดูว่าคนยอมจ่ายเท่าไหร่ แล้วถอดกลับว่า "ที่จ่ายขนาดนี้ แปลว่าคุณเชื่อว่าหุ้นจะเหวี่ยงกี่ % ต่อปี"
| ตัวเลข | คืออะไร | มาจากไหน |
|---|---|---|
| IV | ตลาดคิดว่าจะเหวี่ยงกี่ %/ปี | ถอดกลับจากราคาสัญญาจริง |
| HV | หุ้นเหวี่ยงจริงกี่ % | คำนวณจากราคาปิดย้อนหลัง (ปกติ 30 วัน) |
| IV Rank | วันนี้อยู่ตรงไหน ระหว่างจุดต่ำสุด–สูงสุดของปี | (IV วันนี้ − ต่ำสุด) ÷ (สูงสุด − ต่ำสุด) |
| IV Percentile | กี่ % ของวันในรอบปีที่ IV ถูกกว่าวันนี้ | นับจำนวนวัน |
หุ้นเล็กที่ IV 144% ไม่ได้แปลว่าโดนโก่งราคา — แปลว่าหุ้นตัวนั้นเหวี่ยงขนาดนั้นจริงๆ คำถามที่ถูกคือ:
หลายคนเปิดแอปแล้วเห็น IV เกือบ 100% ทุกตัว เลยคิดว่าตลาดกำลังตกใจ — ความจริงคือกำลังดูแต่หุ้นเล็ก ตัวเลขจริงจากวันเดียวกัน (23 ก.ค. 2026):
| สินทรัพย์ | IV | HV | IV÷HV | อ่านว่า |
|---|---|---|---|---|
| S&P 500 (VIX) | 16.6% | — | — | ทั้งตลาดสงบมาก |
| AAPL | 29.3% | 33.5% | 0.87 | ถูกกว่าความจริง |
| NFLX | 34.5% | 40.3% | 0.86 | ถูกกว่าความจริง |
| NVDA | 38.5% | 36.9% | 1.04 | พอดีๆ |
| UBER | 46.0% | 40.2% | 1.14 | แพงนิดหน่อย |
| MSFT (สัปดาห์มีงบ) | 46.1% | 34.0% | 1.36 | แพง |
| PLTR | 68.7% | 52.4% | 1.31 | แพง |
| หุ้นเล็กเผาเงิน | 144% | 79.3% | 1.82 | แพงมาก |
บริษัทใหญ่ กำไรสม่ำเสมอ เงินสดเยอะ → IV ต่ำ เพราะไม่มีใครสงสัยว่าปีหน้ามันจะยังอยู่
บริษัทเล็ก ขาดทุน ต้องระดมทุนเรื่อยๆ → IV 100%+ เพราะยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าปีหน้าจะยังอยู่ไหม
ก่อนประกาศงบ IV จะพุ่ง เพราะไม่มีใครรู้ผล พอประกาศเสร็จความไม่รู้หายไปทันที IV ยุบทันที
ซื้อ Call ก่อนงบ ที่ IV 46% ราคา $16.47 วันรุ่งขึ้น IV ยุบเหลือ 30%: หุ้นร่วง 5% → $3.36 (−80%) หุ้นนิ่ง → $9.29 (−44%) หุ้นขึ้น 3% → $14.97 (−9%) ← ทายถูกทาง แต่ยังขาดทุน หุ้นขึ้น 5% → $19.66 (+19%) หุ้นขึ้น 8% → $27.92 (+69%)
| ตัววัด | ตอนจะซื้อ | ตอนจะขาย |
|---|---|---|
| IV ÷ HV | อยากได้ < 1.3 (ของถูก) | อยากได้ > 1.3 (ของแพง) |
| IV Rank | อยากได้ < 50 | อยากได้ > 50 |
| Theta | ศัตรู | มิตร (คือรายได้) |
| วันประกาศงบในสัญญา | อยากให้มี (ต้องการการเคลื่อนไหว) | ไม่อยากให้มี (เสี่ยงโดนเรียกใช้สิทธิ์) |
คนส่วนใหญ่เลือกวันหมดอายุจากราคาที่จ่ายไหว ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดที่สุด แอปมักเปิดที่สัปดาห์หน้าให้อัตโนมัติ และสัญญาสัปดาห์หน้าคือสัญญาที่แย่ที่สุดสำหรับคนซื้อเกือบทุกครั้ง
งบออก 20 ต.ค. 16 ต.ค. ────X──── 20 ต.ค. ──────────── 20 พ.ย. ↑ ↑ ↑ สัญญารายเดือน งบออก ปลอดภัย ตายก่อน 4 วัน 💀
สัญญารายเดือนหน้าตาน่าเลือกที่สุด (คนเยอะ ราคากลางๆ) และมันมักหมดอายุก่อนเหตุการณ์เดียวที่สำคัญไปไม่กี่วัน ต้องเช็คปฏิทินก่อนเสมอ ไม่ใช่เช็คราคาก่อน
| วันเหลือ | สูตรทำนาย | ค่าจริงที่วัดได้ |
|---|---|---|
| 148 วัน | 0.34% | 0.34% ✓ |
| 57 วัน | 0.88% | 0.86% ✓ |
| 29 วัน | 1.72% | 1.68% ✓ |
| 8 วัน | 6.25% | 5.76% ✓ |
| 1 วัน | — | 25%+ (สูตรพัง) |
พลิกสูตรกลับ = ได้คำตอบว่าควรซื้อกี่วัน
| ยอมเสียวันละ | ต้องซื้อกี่วัน | ประมาณ |
|---|---|---|
| 0.5% | 100 วัน | 3.5 เดือน |
| 1% | 50 วัน | ~2 เดือน |
| 2% | 25 วัน | 1 เดือน |
| 5% | 10 วัน | เช่าเวลาราคาแพงเกินไป |
หุ้นเดียวกัน strike เดียวกัน: 29 วัน คุ้มทุน +10.7% ┐ 57 วัน คุ้มทุน +15.2% ┘ ×1.42 (√2 = 1.41) ✓ 176 วัน คุ้มทุน +26.9% ×1.77 จาก 57 วัน (√3.09 = 1.76) ✓
ได้เวลาเพิ่ม 2 เท่า จ่ายแค่ 1.41 เท่า — นี่คือเหตุผลทางคณิตศาสตร์ทั้งหมดที่สัญญายาวคุ้มกว่าต่อหนึ่งวัน
| เดิมพันอะไร | เลือกกี่วัน | เหตุผล |
|---|---|---|
| เหตุการณ์ (งบ · คำตัดสิน · เปิดตัวสินค้า) | วันเหตุการณ์ + 2–4 สัปดาห์ (~30–60 วัน) | สั้นที่สุดที่ยังครอบเหตุการณ์ |
| เทรนด์ / เทคนิค | 90–180 วัน | theta ต่ำ · เข้าเร็วไปก็ยังรอด |
| ธุรกิจเปลี่ยน (หลายไตรมาส) | 180–365+ วัน (LEAP) | เรื่องราวใช้เวลาเป็นไตรมาส |
| 💰 ขายพรีเมียม | 30–45 วัน | เส้นโค้งเดียวกัน แต่คุณเป็นคนเก็บ |
สังเกตความสมมาตร: ช่วง 30–45 วันที่แย่ที่สุดสำหรับคนซื้อ คือช่วงที่ดีที่สุดสำหรับคนขาย — เส้น theta เดียวกัน แค่ยืนคนละฝั่ง
ทุกตัวอย่างใช้หุ้นสมมติราคา $70 สัญญาอายุ ~45 วัน เพื่อให้เทียบกันได้ · ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่ราคาตลาดจริง
เดิมพันตรงไปตรงมาว่าหุ้นจะขึ้นแรงกว่าที่ตลาดคิด
ซื้อ Call strike 70 จ่าย $3.50 = $350 จุดคุ้มทุน 70 + 3.50 = $73.50 (+5.0%)
ใช้เมื่อ: มั่นใจทิศทาง + มีเหตุการณ์ในสัญญา + IV Rank ต่ำ · อย่าใช้เมื่อ: IV Rank > 75 (ซื้อของแพง) หรือเหลือน้อยกว่า 30 วัน
เดิมพันว่าหุ้นจะลง หรือใช้เป็นประกันพอร์ต
ซื้อ Put strike 70 จ่าย $3.20 = $320 จุดคุ้มทุน 70 − 3.20 = $66.80 (−4.6%)
ระวัง: การซื้อ Put ตอนหุ้นทำจุดต่ำสุดของปีแล้ว = เข้าช้าที่สุดของเทรด เพราะข่าวร้ายถูกใส่ในราคาไปแล้ว และหุ้นที่ถูกถล่มหนักมักเด้ง 20–30% ในวันเดียวได้
ถือหุ้น 100 หุ้นอยู่แล้ว ขายสิทธิ์ให้คนอื่นมาซื้อจากเราที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน
ถือหุ้น 100 หุ้น @ $70 + ขาย Call strike 75 รับ $1.80 = $180 หุ้นจบที่ $73 → เก็บ $180 + หุ้นยังอยู่ + กำไรหุ้น $300 หุ้นจบที่ $80 → เก็บ $180 แต่ต้องขายหุ้นที่ $75 (พลาดกำไร $500 ส่วนบน) หุ้นจบที่ $60 → เก็บ $180 แต่หุ้นขาดทุน $1,000
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: ทำกับหุ้นที่ตัวเองไม่อยากขาย พอหุ้นวิ่งแรงก็เสียหุ้นตัวที่ดีที่สุดในพอร์ตไปที่ราคาถูก · เลือก strike ที่ถ้าโดนเรียกซื้อแล้วไม่เสียดายจริงๆ
อยากซื้อหุ้นอยู่แล้วแต่รอราคาต่ำกว่านี้ — แทนที่จะนั่งรอเฉยๆ ขายสิทธิ์ให้คนอื่นมาขายหุ้นให้เราที่ราคานั้น แล้วเก็บค่าจ้าง
ขาย Put strike 65 รับ $2.00 = $200 ต้องมีเงินสดค้ำ 65 × 100 = $6,500 ← ไม่ใช่ $200 หุ้นจบเหนือ $65 → เก็บ $200 ไม่ได้หุ้น (3.1% ของเงินค้ำ ใน 45 วัน) หุ้นจบต่ำกว่า $65 → ซื้อ 100 หุ้นที่ $65 ต้นทุนจริง 65 − 2 = $63
ถือหุ้นอยู่ กลัวเหตุการณ์ข้างหน้า (งบ · เลือกตั้ง · คำตัดสิน) แต่ยังไม่อยากขาย
ถือหุ้น 100 หุ้น @ $70 + ซื้อ Put strike 65 จ่าย $1.50 = $150 หุ้นร่วงไป $50 → ขาดทุนหุ้น $2,000 แต่ Put มีค่า $1,500 = เหลือขาดทุน $650 หุ้นขึ้นไป $80 → Put เป็นศูนย์ (เสีย $150) แต่หุ้นกำไร $1,000
คิดเหมือนเบี้ยประกันรถ — ปีที่ไม่ชนแล้วเบี้ยหายไป ไม่ใช่การเดาผิด คือค่าความสบายใจ
เหมือน Cash-Secured Put แต่ซื้อ Put ที่ต่ำกว่ามาคุ้มไว้ ทำให้ใช้เงินน้อยลงมาก และรู้ขาดทุนสูงสุดชัดเจน
ขาย Put strike 65 รับ $2.00 ซื้อ Put strike 60 จ่าย $0.90 ← ขาประกัน ────────────────────────────── รับสุทธิ $1.10 = $110 · เงินค้ำแค่ (65−60)×100 − 110 = $390 หุ้นจบเหนือ $65 → เก็บ $110 เต็ม (+28% ของเงินที่วางไว้) หุ้นจบต่ำกว่า $60 → ขาดทุนสูงสุด $390 ← ไม่มากกว่านี้แล้ว
เทียบกับ Cash-Secured Put: ใช้เงิน $390 แทน $6,500 — แต่ถ้าหุ้นลงจริงคุณไม่ได้หุ้น ได้แค่ขาดทุน เพราะงั้นเลือกตัวนี้เมื่อต้องการรายได้ ไม่ใช่เมื่ออยากได้หุ้น
ภาพสะท้อนของ Bull Put Spread — ขาย Call ใกล้ ซื้อ Call ไกลมาคุ้ม เป็นวิธี "ขาย Call" ที่ปลอดภัยเมื่อไม่มีหุ้นในมือ
ขาย Call strike 75 รับ $1.80 ซื้อ Call strike 80 จ่าย $0.70 ← ขาประกัน กันความเสี่ยงไม่จำกัด ────────────────────────────── รับสุทธิ $1.10 = $110 · ขาดทุนสูงสุด (80−75)×100 − 110 = $390 หุ้นจบต่ำกว่า $75 → เก็บ $110 เต็ม หุ้นจบเหนือ $80 → ขาดทุน $390 ← มีเพดาน
ถือหุ้นอยู่ + ซื้อ Put ป้องกันขาลง + ขาย Call เอาเงินมาจ่ายค่าประกัน = ประกันแบบเกือบไม่เสียเงิน
ถือหุ้น 100 หุ้น @ $70 ซื้อ Put strike 65 จ่าย $1.50 ← พื้น ขาย Call strike 78 รับ $1.40 ← เพดาน (เอามาจ่ายค่าประกัน) ────────────────────────────── ต้นทุนสุทธิ $0.10 = $10 เท่านั้น หุ้นร่วงไป $45 → ขาดทุนหยุดที่ $65 (ล็อกไว้) หุ้นพุ่งไป $95 → กำไรหยุดที่ $78 (ล็อกไว้) หุ้นอยู่ 65–78 → กำไร/ขาดทุนตามหุ้นปกติ
ใช้เมื่อ: มีกำไรก้อนใหญ่ในหุ้นตัวหนึ่ง ยังไม่อยากขาย (เหตุผลภาษี/ความเชื่อระยะยาว) แต่กลัวเหตุการณ์ระยะสั้น · ต้องมีหุ้นครบ 100 หุ้น
| คุณคิดว่า | ไม่มีหุ้น | มีหุ้น 100 หุ้นอยู่แล้ว |
|---|---|---|
| ขึ้นแรง 🚀 | Long Call | ถือต่อ (หรือ Long Call เพิ่ม) |
| ขึ้นช้า / ไม่ลง 📈 | Bull Put Spread | ถือต่อ |
| นิ่ง ➡️ | Bull Put Spread | Covered Call |
| ไม่ขึ้น 📉 | Bear Call Spread | Covered Call ใกล้ๆ |
| ลงแรง 💥 | Long Put | Protective Put หรือขายหุ้น |
| ไม่รู้ แต่กลัว 😰 | อยู่เฉยๆ | Collar |
| อยากได้หุ้นถูกลง 🎯 | Cash-Secured Put | Cash-Secured Put เพิ่ม |
ผ่านครบทั้ง 5 ถึงกด ตกข้อไหนข้อหนึ่งให้กลับไปแก้ก่อน
| # | ด่าน | เกณฑ์ (ตอนซื้อ) | ตกแล้วยังไง |
|---|---|---|---|
| 1 | 🗓️ มีเหตุการณ์ในสัญญาไหม | วันหมดอายุอยู่หลังเหตุการณ์ 2–4 สัปดาห์ | ไม่ผ่าน = ไม่ซื้อ (ด่านที่ตัดเยอะสุด) |
| 2 | 📈 IV ÷ HV | < 1.3 | ของแพง → ใช้ spread หรือรอ |
| 3 | 📊 IV Rank | < 50 | จ่ายค่าความกลัวสูงสุด → รอ |
| 4 | ⏳ theta ÷ ราคา | ≤ 0.5–1% ต่อวัน | ละลายเร็วเกิน → เลื่อนวันหมดอายุออก |
| 5 | 💧 Open Interest | ≥ 500–1,000 | ขายออกได้ราคาแย่ → เปลี่ยน strike |
บวกคำถามสุดท้ายที่สำคัญที่สุด:
Put หุ้นเล็ก ราคา $51 ต้องขยับ −12.1% ใน 15 วัน ← ดู "ถูก" Call หุ้นใหญ่ ราคา $500 ต้องขยับ +2.4% ใน 15 วัน ← ดู "แพง"
หุ้นราคาถูก + IV สูง ทำให้สัญญามีราคาไม่กี่สิบดอลลาร์ ซึ่งดึงดูดมือใหม่ที่สุด และเป็นดีลที่แย่ที่สุดพร้อมกัน
มีบริษัทใหญ่ที่ชนะประมาณการ 4 ไตรมาสติดต่อกัน แล้วราคาหุ้นร่วง 30% ในช่วงเดียวกัน เพราะสิ่งที่ขับราคาไม่ใช่กำไรไตรมาสนี้ แต่คือค่าใช้จ่ายลงทุนและคาดการณ์ข้างหน้า — ถ้าซื้อ Call เพราะเชื่อว่า "งบดี = ขึ้น" คุณอาจทายถูกเรื่องงบ แต่ทายผิดเรื่องราคา
หุ้นปิดที่ $70.50 · Call strike 70 → ITM แค่ $0.50
↓
โบรกใช้สิทธิ์อัตโนมัติ
↓
เช้ามาเป็นเจ้าของหุ้น 100 หุ้น = ต้องจ่าย $7,000 💥
↓
ไม่มีเงินในบัญชี → โดนบังคับขาย
สัญญายาวไวต่อ IV มากกว่า (vega สูง) การซื้อสัญญา 1 ปีตอน IV Rank 80+ คือการล็อกของแพงไว้เป็นเดือนๆ — หุ้นขึ้นแล้วสัญญายังขาดทุนได้ ถ้า IV ยุบลงมา · IV Rank สูง + สัญญายาว = ส่วนผสมที่แย่ที่สุด
หุ้นเฉลี่ยขาลงยังพอมีเหตุผล เพราะหุ้นไม่มีวันหมดอายุ ออปชันมี — การเติมเงินเข้าไปในสัญญาที่กำลังจะตาย คือการเร่งความเร็วในการเสียเงิน ไม่ใช่การแก้เกม
สองอย่างนี้ถูกเรียกรวมว่า "อนุพันธ์" เหมือนกัน แต่ต่างกันที่จุดเดียวที่สำคัญที่สุด: สิทธิ์ หรือ หน้าที่
| Options | Futures | |
|---|---|---|
| คุณได้อะไร | สิทธิ์ — จะใช้หรือไม่ก็ได้ | หน้าที่ — ต้องทำตามสัญญา |
| จ่ายอะไรตอนเปิด | พรีเมียม (จ่ายขาด) | เงินประกัน Margin (ไม่ใช่ค่าซื้อ) |
| ขาดทุนสูงสุด (ฝั่งซื้อ) | พรีเมียมที่จ่าย เท่านั้น | มาก และเรียกเงินเพิ่มได้ |
| เรียกเงินเพิ่มระหว่างทาง | ไม่มี (ถ้าเป็นฝั่งซื้อ) | มี — Margin Call |
| คิดกำไรขาดทุน | ตอนขาย/หมดอายุ | ทุกวัน (Mark to Market) |
| ผลของเวลา | มี — theta กัดทุกวัน | แทบไม่มี |
| ผลของ IV | มี — IV crush มีจริง | ไม่มี |
| เหมาะกับ | เดิมพันแบบจำกัดความเสียหาย · ประกันพอร์ต · เก็บพรีเมียม | ป้องกันความเสี่ยงสินค้าจริง · เก็งกำไรดัชนี/น้ำมัน/ทองด้วยเลเวอเรจสูง |
| เกิดมาจาก | ตลาดหุ้น/สินค้า | เกษตรกรล็อกราคาข้าวสาลีล่วงหน้า |
ข้อดีของ Futures ที่ Options ไม่มี: ไม่มี theta และไม่มี IV crush ราคาเดินตามสินทรัพย์ตรงๆ ไม่มีค่าเช่าเวลา — เพราะงั้นถ้าเดิมพันเรื่องทิศทางล้วนๆ ระยะสั้น Futures ตรงไปตรงมากว่า แต่แลกมาด้วยความเสี่ยงที่ไม่มีเพดาน
หน้าเรียนรู้มีการ์ดกลยุทธ์แยกทีละตัว พร้อมเครื่องมือคำนวณขนาดโพซิชัน
📈 เครื่องมือเห็นภาพกำไรขาดทุน 📚 หน้าเรียนรู้ — Options 📰 Futures แบบละเอียด