จากเด็กที่หลงทาง
ถึงวันที่เจอทางของตัวเอง
Chapter 01 — จุดเริ่มต้น
เด็กที่เริ่มต้นมาก่อนใคร
ผมโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง ที่พ่อแม่ ทุ่มเทเรื่องการเรียน ให้ผมกับน้องสุดตัว — มีเงินเท่าไหร่ก็ส่งเรียนพิเศษ ทำให้ตอนเด็กผมเรียนดีกว่าเพื่อนในห้องมากๆ มีงานอดิเรก เล่นกีฬาเก่ง ดูเป็นเด็กที่มีอนาคต
ภาพที่ผมไม่เคยลืม คือพ่อที่ต้องแบกลังยาสมุนไพรออกไปขายแทบทุกวัน เพื่อหาเงินมาส่งผมกับน้องเรียนพิเศษ — ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจเลยว่ามันมีค่าแค่ไหน
ผมมีน้องอีกคนที่เรียนเก่งเหมือนกัน ตอนนั้นทุกอย่างมันดูง่ายไปหมด — จนถึงวันที่มีบางอย่างเข้ามาในชีวิต แล้วเปลี่ยนทุกอย่าง
Chapter 02 — จุดที่เริ่มหลุด
คืนตี 3 ที่ผมไม่เคยลืม
ช่วงประถมปลาย โทรศัพท์เริ่มเข้ามา ตอนนั้นผมยังไม่มีเครื่องของตัวเองด้วยซ้ำ ได้แต่ขอเพื่อนเล่น — เกมเศรษฐี, Line Rangers, Minecraft — แค่นั้นการเรียนของผมก็เริ่มดิ่งลง
ปีนั้นผม สอบเข้ามัธยมไม่ติด ผมยังจำภาพคืนนั้นได้ติดตา ตอนตี 3 พ่อกับแม่สุมหัวกันหน้าจอคอมเล็กๆ ไล่หาชื่อผมในรายชื่อผู้สอบติด — แต่ไม่มี แม่ผมร้องไห้ ผมจำความรู้สึกแย่ตอนนั้นได้ดี
แต่ถามว่าผมปรับตัวไหม... ไม่เลย ผมยังรักการเล่นเกมอยู่เหมือนเดิม
ชีวิตตอนเด็กผมไม่มีอะไรมาก มีแค่เล่นเกม ดูอนิเมะ วาดรูปบ้าง สไตล์เด็กเก็บตัว ไม่มีเพื่อน ไม่กล้าเปิดโลกไปลองสิ่งใหม่ๆ ผมอยู่ได้แค่สิ่งที่ผมเก่งคือการเล่นเกม ที่มันไม่ได้พัฒนาอะไรผมในระยะยาวเลย
Chapter 03 — โลกที่ผมรู้สึกว่ามีตัวตน
ในเกม ถ้าผมเก่ง ถึงจะมีคนมองเห็น
พอขึ้นมัธยม ผมได้โทรศัพท์เครื่องแรก แล้วก็ตกหลุมรักการเล่นเกมเต็มตัว ผมขยับไปเล่นเกมแข่งขันออนไลน์อย่าง SF, RoV และ ติดอันดับ leaderboard ตลอด — หัวแคลนอันดับ 2, Glorious Ruler (Top 50)
ผมเสพติดการแข่งขัน เสพติดการ "มีตัวตน" — การที่เก่งแล้วมีคนในโลกออนไลน์มาชื่นชม เพราะในเกม ถ้าผมไม่เก่ง ก็จะไม่มีใครสนใจผมเลย
สอบเข้ามัธยมรอบสองผมก็ยังไม่ติด พ่อแม่เริ่มถอดใจ ส่งไปเรียนผมก็โดดไปเล่นเกม ในขณะที่น้องของผมสอบติดทุกสนาม ได้เหรียญมากมาย ผม โดนเปรียบเทียบมาตลอด เลยยิ่งหนีเข้าไปในโลกออนไลน์ที่มีคนคอยชื่นชม
แต่มันไม่เคยยั่งยืน เพราะในโลกนั้นผม ใส่หน้ากากเข้าหาคน — โกหกว่าตัวเองอายุ 20 ทั้งที่จริงผมเพิ่ง 15 เพราะพออายุใกล้เพื่อนในเกม เขาถึงจะเปิดใจคุยด้วย พอผมเลิกเล่น สายสัมพันธ์พวกนั้นก็ไปต่อไม่ได้ เพราะผมยังโกหกเขาอยู่ และไม่กล้าให้เขารู้ความจริง
ตอน ม.4 หลังจากที่ผมพลาดมาตั้งแต่ ม.1 พ่อแม่ก็ยังไม่ยอมแพ้ — ลองไปสมัครให้ผมเรียนพิเศษติวเข้าเตรียมทหาร ราคาสองหมื่น แต่ผมเรียนได้ไม่ถึง 3 วัน ก็แอบหนีออกมา ไม่นอนค้าง นั่งวินกลับบ้าน แล้วบอกพ่อแม่ว่าไม่เรียนแล้ว ทำให้พ่อแม่ เสียเงินก้อนนั้นไปฟรีๆ เอาคืนไม่ได้ ผมเลยคิดมาตลอดว่าชีวิตของผมมันล้มเหลว
เพื่อนคนหนึ่งเคยพูดกับผมตอนผมสอบตกวิชาเคมี ม.4 ว่า "กูเคยมองว่ามึงเป็นคนเก่งนะ... ทำไมมึงกลายเป็นแบบนี้วะ" อีกครั้งเพื่อนถามว่าใครติดเกมที่สุดในห้อง ผมคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก — จนเขาตอบเองว่า "กูว่ามึง"
ช่วง ม.ปลาย ผมจมอยู่กับ Ragnarok M ที่ต้องฟาร์ม ล่าบอส ทำกิจกรรมทั้งวัน ไม่งั้นจะตามคนอื่นไม่ทัน ผมใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่หลายปี
Chapter 04 — จุดที่เวลาหยุดเดิน
ปู่จากไป ก่อนผมจะทำให้ท่านภูมิใจได้
ปี 2564 ผมเรียนจบ ม.ปลาย ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากเป็นอะไร เพราะวันๆ เอาแต่เล่นเกม ผมเลยขอ Gap Year หนึ่งปี เพื่อค้นหาตัวเอง — แต่เอาเข้าจริงผมก็ยังเล่นเกมอยู่เหมือนเดิม
ปีนั้นปู่ของผมป่วยหนัก เข้าโรงพยาบาล ท่านชอบถามเสมอว่า "จะได้อยู่เห็นออดี้สอบติด เรียนจบไหมนะ"
แล้ว ปู่ก็จากไปก่อนที่ผมจะสอบติดมหาลัย ถ้าผมตั้งใจตั้งแต่ปีก่อนหน้า ท่านคงได้เห็นแล้ว แต่เพราะผมไม่เคยลงมือทำ ไม่เคยค้นหาตัวเองอย่างจริงจัง ผมจึงพลาดมันไป
วันนั้นเองที่ผมเข้าใจคำว่า "คุณค่าของเวลา" จริงๆ — ว่าการไม่ลงมือทำ มันมีราคาที่ต้องจ่าย และบางอย่างก็ซื้อคืนไม่ได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยมีช่วงเวลาสำคัญเหมือนคนอื่นเขา ผมไม่เคยฉลองวันเกิด ไม่เคยมีวันสำคัญอะไรเป็นของตัวเอง จนวันเกิดและอายุของตัวเอง ผมยังแทบจำไม่ได้ มันเลยกลายเป็นเหตุผลที่ผมอยากเป็นคนที่ "มีคุณค่า" ขึ้นมา — และเค้กวันเกิดก้อนสุดท้าย ก้อนเดียวที่ผมเคยได้รับ ก็คือตอนที่ปู่ยังอยู่
Chapter 05 — ค่อยๆ ประกอบตัวเองขึ้นใหม่
วันที่ผมเจอ "ทาง" ของตัวเอง
พอเข้ามหาลัย ผมค่อยๆ ปรับตัว — ไม่ได้พลิกในวันเดียว แต่ค่อยเป็นค่อยไป การเรียนเริ่มดีขึ้น ผมเริ่มดูคอนเทนต์เรื่องการพัฒนาตัวเอง การเงิน และการลงทุนมากขึ้น แล้วผมก็รู้ตัวว่า นี่แหละคือทางของผม
ระหว่างทางผมได้เจอคอนเทนต์ของ พี่แน็ค ศิวกร — ครีเอเตอร์ที่เคยรู้สึก "ไร้ตัวตน" มาก่อนเหมือนกับผม การได้รู้ว่ามีคนที่ผ่านความรู้สึกเดียวกันมาก่อน ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้แปลกอยู่คนเดียว และความรู้สึกอยากมีคุณค่านั้น มันเปลี่ยนเป็นพลังได้
สุดท้ายผม จบบริหารธุรกิจ สาขาบัญชี เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — จากเด็กที่เคยสอบไม่ติดอะไรเลย
Chapter 06 — สิ่งที่ผมเลือกทำวันนี้
สร้างตัวตนก่อน แล้วค่อยไปทำงานประจำ
แต่ก่อนผมคิดมาตลอดว่าตัวเอง โดดเดี่ยว ไม่มีใครเข้าใจผมเลยสักคน ผมเลยพยายามมองหาคนรอบตัวที่เข้าใจกัน ที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน อยู่แทบทุกวัน จนสุดท้ายผมก็ขัดใจตัวเอง เริ่มลงมือในวันเกิดของตัวเอง — เริ่มทำคอนเทนต์เพื่อตามหากลุ่มคนเหล่านั้น และตามรอยเหล่าไอดอลที่ผมชื่นชอบ
หลังเรียนจบ ผมเลือกที่จะ วางรากฐานธุรกิจ Personal Brand ของตัวเองก่อน แล้วค่อยกลับไปสมัครงานประจำสาย Auditor ทีหลัง
เพราะถ้าผมเข้างานประจำตอนนี้เลย ผมรู้ตัวว่าจะไม่มีเวลามาวางรากฐานตรงนี้แน่ๆ — และการลงมือทำตรงนี้ ยังฝึกสกิลที่ผมเอาไปใช้ได้ทั้งชีวิต ทั้งการพูด, AI, Automation, System, Sales, Marketing และที่สำคัญที่สุดคือ วินัย
และครั้งนี้ ผมจะไม่ใส่หน้ากากอีกแล้ว — ผมเลือกที่จะจริงใจ มากกว่าสร้างภาพ