หน้าแรก
พอร์ตของฉัน
หุ้นในดวงใจ
Company Chain
เครื่องมือ
เรียนรู้
AI
วิดีโอ
🟡 ระดับปานกลาง · สินทรัพย์

Options คืออะไร —
Call กับ Put ฉบับเข้าใจง่ายที่สุด

เครื่องมือที่ทำให้คนรวยเร็วที่สุด และหมดตัวเร็วที่สุดในตลาด — เข้าใจมันก่อนที่จะแตะ หรือก่อนตัดสินใจว่าไม่แตะเลยดีกว่า

Chicago Board of Trade Building
Chicago Board of Trade — บ้านเกิดของตลาด Derivatives สมัยใหม่ | Wikimedia Commons

สิ่งที่คุณจะเข้าใจหลังอ่านบทความนี้

Options คืออะไร — เริ่มจากตัวอย่างจองคอนโด

ลองนึกภาพ: คุณเจอคอนโดราคา 3,000,000 บาท คุณอยากซื้อแต่ยังไม่แน่ใจ เลยจ่าย "ค่าจอง" 50,000 บาท เพื่อล็อกสิทธิ์ซื้อที่ราคานี้ภายใน 3 เดือน

นี่แหละคือ Options — "สิทธิ์" ที่จะซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า โดยไม่มี "ภาระผูกพัน" ต้องทำจริง สิ่งที่จ่ายไปคือค่าสิทธิ์ (Premium) ซึ่งเสียเปล่าได้ถ้าไม่ได้ใช้

ศัพท์ 4 คำที่ต้องรู้

Premium (ค่าพรีเมียม)

ราคาของตัว Option ที่จ่ายตอนซื้อ — เหมือนค่าจองคอนโด เสียทันทีไม่ว่าผลจะออกมายังไง นี่คือต้นทุนสูงสุดของคนซื้อ

Strike Price (ราคาใช้สิทธิ์)

ราคาที่ล็อกไว้ว่าจะซื้อหรือขายได้ — เหมือนราคาคอนโด 3 ล้านที่ตกลงกันตอนจอง

Expiration (วันหมดอายุ)

Options ทุกตัวมีวันตาย — ถ้าไม่ใช้สิทธิ์ภายในวันนั้น สิทธิ์หายไปพร้อม Premium ที่จ่าย นี่คือจุดต่างใหญ่ที่สุดจากการถือหุ้น

Contract (สัญญา)

Options หุ้นสหรัฐฯ 1 สัญญา = หุ้น 100 หุ้นเสมอ — Premium ที่เห็น $2 หมายถึงจ่ายจริง $200 ต่อสัญญา

Call vs Put — สองทิศทางพื้นฐาน

ประเด็นCall OptionPut Option
สิทธิ์ที่ได้ สิทธิ์ "ซื้อ" ที่ราคา Strike สิทธิ์ "ขาย" ที่ราคา Strike
ซื้อเมื่อมองว่า ราคาจะ "ขึ้น" แรงๆ ราคาจะ "ลง" แรงๆ
กำไรเมื่อ ราคาตลาดสูงกว่า Strike + Premium ราคาตลาดต่ำกว่า Strike - Premium
ขาดทุนสูงสุด (ฝั่งซื้อ) Premium ที่จ่าย — เสียหมดได้ Premium ที่จ่าย — เสียหมดได้
เปรียบเหมือน ใบจองซื้อคอนโดราคาล็อกไว้ ประกันรถยนต์ — จ่ายเบี้ยเพื่อขายความเสียหายให้บริษัทประกัน

ตัวอย่าง: ซื้อ Call หุ้น ABC — Strike $100, Premium $5, อายุ 1 เดือน

หุ้นขึ้นไป $120
ใช้สิทธิ์ซื้อที่ $100 ขายที่ $120 หัก Premium $5
กำไร $15/หุ้น (+300%)
หุ้นอยู่ที่ $103
ใช้สิทธิ์ได้กำไร $3 แต่จ่าย Premium ไป $5
ขาดทุน $2/หุ้น
หุ้นอยู่ที่ $100 หรือต่ำกว่า
สิทธิ์ไม่มีค่า — หมดอายุทิ้ง
เสีย Premium ทั้งหมด (-100%)

สังเกตว่าหุ้นขึ้น 20% แต่ Options ทำกำไร 300% — นี่คือ Leverage โดยธรรมชาติ ของ Options และเป็นเหตุผลที่คนชอบมัน แต่เหรียญอีกด้านคือ หุ้นแค่ "ไม่ขยับ" คุณก็ขาดทุน 100% ได้

ศัตรูเงียบของคนซื้อ Options — Time Decay

Options เป็นสินทรัพย์ที่ เสื่อมค่าตามเวลา — ทุกวันที่ผ่านไป มูลค่าของมันลดลงเรื่อยๆ ถึงแม้ราคาหุ้นจะไม่ขยับเลย เพราะ "โอกาสที่ราคาจะไปถึงเป้า" ลดลงเมื่อเวลาเหลือน้อยลง

ลองนึกถึงตั๋วลอตเตอรี่: ตั๋วที่ออกรางวัลอีก 1 เดือนยังมีความหวัง แต่ตั๋วที่ออกรางวัลพรุ่งนี้แล้วเลขยังไม่ใกล้เคียง แทบไม่มีค่า — ความเร่งของการเสื่อมค่านี้เร็วขึ้นมากในช่วง 30 วันสุดท้ายก่อนหมดอายุ

ความจริงที่ต้องรู้: คนซื้อ Options ต้องถูก "สองเด้ง" — ถูกทั้งทิศทาง และถูกทั้งเวลา หุ้นขึ้นจริงแต่ขึ้นช้ากว่าวันหมดอายุ = ขาดทุนอยู่ดี นี่คือเหตุผลที่ Options ส่วนใหญ่หมดอายุแบบไร้ค่า และคนซื้อส่วนใหญ่เสียเงิน

Options ใช้ทำอะไรได้บ้าง — ไม่ใช่แค่เก็งกำไร

1. ป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

ถือหุ้นอยู่แล้วกลัวตลาดร่วงช่วงสั้นๆ แต่ไม่อยากขาย — ซื้อ Put ไว้เป็น "ประกันพอร์ต" ถ้าตลาดร่วงจริง กำไรจาก Put ชดเชยการขาดทุนของหุ้น เหมือนจ่ายเบี้ยประกันรถ

2. สร้างรายได้เสริม (Covered Call)

ถือหุ้น 100 หุ้นอยู่แล้ว ขาย Call ให้คนอื่นเพื่อเก็บ Premium — ถ้าหุ้นไม่ขึ้นถึง Strike คุณเก็บ Premium ฟรีๆ ถ้าขึ้นเกิน คุณต้องขายหุ้นที่ราคา Strike (เสียโอกาส upside แต่ไม่ได้ขาดทุน) — กลยุทธ์ยอดนิยมของสายปันผล

3. เก็งกำไรด้วยเงินจำกัด

ใช้เงินน้อยควบคุมหุ้นมูลค่ามาก — แต่อย่าลืมว่า Leverage ทำงานสองทาง และ Time Decay กัดกินทุกวัน นี่คือการใช้งานที่อันตรายที่สุดสำหรับมือใหม่

สำหรับมือใหม่: ถ้ายังลงทุนหุ้นหรือกองทุนไม่ถึง 2-3 ปี ยังไม่ต้องแตะ Options ฝั่งซื้อเพื่อเก็งกำไรเลย — เข้าใจมันไว้เพื่อ "อ่านตลาดออก" และรู้ว่าตัวเองพลาดอะไรไปบ้างก็พอ การไม่เทรด Options ไม่ใช่ความเสียเปรียบ

ฝั่งขาย Options — อีกด้านของเหรียญ

ทุกสัญญา Options มีสองฝั่ง: คนซื้อจ่าย Premium เพื่อได้สิทธิ์ ส่วน คนขายรับ Premium เพื่อแบกภาระผูกพัน — ถ้าคนซื้อใช้สิทธิ์ คนขายต้องทำตามสัญญาไม่มีทางเลือก

สถิติบอกว่าฝั่งขายชนะบ่อยกว่า (เพราะ Options ส่วนใหญ่หมดอายุไร้ค่า) แต่เมื่อแพ้จะแพ้หนักมาก — ขาย Call แบบไม่มีหุ้นหนุน (Naked Call) ขาดทุนได้ไม่จำกัด เพราะราคาหุ้นขึ้นได้ไม่มีเพดาน นี่คือเกมของมืออาชีพที่มีระบบจัดการความเสี่ยงเท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

อ่านต่อ: Hedge Fund คืออะไร

Options คือหนึ่งในเครื่องมือหลักของ Hedge Fund — ไปดูกันว่ากองทุนระดับโลกใช้เครื่องมือเหล่านี้สร้างกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลงยังไง

อ่านบทความถัดไป →