Interest Coverage Ratio (ICR) วัดว่ากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ของบริษัทมีมากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายกี่เท่า ค่าสูงกว่า 3x ถือว่าปลอดภัย — บริษัทมีกำไรพอจ่ายดอกเบี้ยได้สบาย ค่าต่ำกว่า 1.5x เริ่มน่ากังวล ค่าน้อยกว่า 1x หมายถึงกำไรไม่พอจ่ายดอกเบี้ย
สมมติคุณกู้เงินซื้อบ้าน ต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 10,000 บาท ถ้าเงินเดือนคุณ 30,000 บาท คุณจ่ายดอกเบี้ยได้ 3 รอบก่อนจะหมดเงินเดือน — นั่นคือ Interest Coverage = 3x
D/E Ratio บอกว่าบริษัทกู้หนี้เยอะแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่ากำไรพอจ่ายดอกเบี้ยมั้ย ICR บอกสิ่งนี้โดยตรง — เป็นการทดสอบว่าบริษัทจะ "จ่ายได้จริง" ไหมจากกำไรที่ทำได้
บริษัท A มีกำไรเป็น 5 เท่าของดอกเบี้ย — ปลอดภัย บริษัท B แทบไม่มีส่วนเกินเลย ถ้ากำไรลดลงแค่เล็กน้อยก็อาจจ่ายดอกเบี้ยไม่ครบ
บางอุตสาหกรรมมีหนี้สูงโดยธรรมชาติ เช่น Utility, Real Estate ต้องเทียบในกลุ่มเดียวกันเสมอ
| Sector | ค่าเฉลี่ย ICR | สถานะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Technology | 10–20x+ | ปลอดภัยมาก | หนี้น้อย กำไรสูง Cash Flow แข็งแกร่ง |
| Consumer Staples | 5–10x | ดี | รายได้สม่ำเสมอ จ่ายดอกเบี้ยได้สบาย |
| Healthcare | 4–8x | ดี | Margin สูง หนี้ปานกลาง |
| Industrials | 3–6x | ปกติ | CapEx สูง มีหนี้ตามธรรมชาติ |
| Real Estate / REIT | 1.5–3x | พอรับได้ | กู้เยอะเป็นเรื่องปกติ ดู FFO แทน EBIT |
| Airlines / Transportation | 1–3x | ระวัง | Cyclical สูง วิกฤตกระทบหนัก |
| Utilities | 2–4x | ปกติ | รายได้สม่ำเสมอ แต่กู้เยอะสร้าง Infrastructure |
บางแหล่งใช้ EBITDA แทน EBIT (บวก Depreciation กลับ) ทำให้ ICR ดูสูงกว่าความจริง บริษัทที่มี CapEx สูง (Telecom, Airline) EBITDA อาจ Overstate ความสามารถจ่ายหนี้จริงๆ ควรใช้ EBIT หรือ Free Cash Flow ควบคู่ด้วย
D/E และ ICR ต้องใช้คู่กันถึงจะวิเคราะห์ฐานะหนี้บริษัทได้ครบ
อ่าน Debt-to-Equity Ratio →