บทความ
พอร์ต
ตลาด
วิเคราะห์
เครื่องมือ
พรอมต์ AI
ติดตาม TikTok
การวิเคราะห์หุ้น

P/E Ratio คืออะไร
ค่า PE สูง-ต่ำ ดีหรือแย่ อ่านยังไงให้ถูกต้อง

ตัวเลขที่ปรากฏในทุก Stock Screener — แต่นักลงทุนส่วนใหญ่อ่านมันผิดอยู่ 3-4 วิธี

⏱ อ่าน 10 นาที 📊 ระดับ มือใหม่ 🗂 การวิเคราะห์หุ้น
ภาพประกอบบทความ
ภาพ: Wikimedia Commons
สรุปสั้น — อ่าน 30 วินาที

P/E Ratio คืออะไร — อธิบายแบบง่ายสุด

P/E ย่อมาจาก Price-to-Earnings Ratio คือสัดส่วนระหว่างราคาหุ้น (P) กับกำไรต่อหุ้นต่อปี (E หรือ EPS)

P/E = ราคาหุ้น ÷ กำไรต่อหุ้น (EPS)
หรือ P/E = Market Cap ÷ กำไรสุทธิทั้งบริษัท

ตัวอย่าง: หุ้น ABC ราคา 200 บาท กำไรต่อหุ้นปีล่าสุด 10 บาท → P/E = 200 ÷ 10 = 20 เท่า

ความหมาย: "ตอนนี้คุณกำลังจ่ายเงิน 20 บาท เพื่อซื้อกำไร 1 บาทต่อปีของบริษัทนี้" — หรืออีกนัย คือถ้าบริษัทกำไรเท่าเดิมทุกปีต้องรอ 20 ปีถึงจะคืนทุน

P/E บอกว่าตลาด "คาดหวัง" อนาคตของบริษัทแค่ไหน P/E สูงหมายความว่าคนยอมจ่ายแพงเพราะเชื่อว่ากำไรจะโตต่อ P/E ต่ำอาจหมายความว่าตลาดมองว่าบริษัทโตช้าหรือมีปัญหา

P/E เท่าไหร่ถึงสูง เท่าไหร่ถึงต่ำ

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่โดยทั่วไปสำหรับหุ้น S&P 500 ค่าเฉลี่ยประวัติศาสตร์อยู่ที่ประมาณ 15-17 เท่า:

P/E Scale — S&P 500 Historical Context
5-10x
อาจถูกมาก — หรืออาจ Value Trap
10-17x
ต่ำกว่าเฉลี่ย — ค่อนข้างถูก
17-25x
ใกล้เฉลี่ย — ราคาสมเหตุสมผล
25-40x
สูงกว่าเฉลี่ย — ตลาดคาดว่าโตเร็ว
40x+
สูงมาก — ต้องการ Growth สูงมากพอ

* สำหรับหุ้นในประเทศไทย (SET) ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 14-18 เท่า ขึ้นกับภาวะตลาด

Trailing P/E vs Forward P/E — ต่างกันยังไง

Trailing P/E (P/E ย้อนหลัง)
ใช้ EPS ที่เกิดขึ้นจริงใน 12 เดือนที่ผ่านมา (หรือปีการเงินล่าสุด) เป็นตัวหาร
+ ตัวเลขจริง ไม่ใช่การคาดเดา
- บอกอดีต ไม่บอกอนาคต บริษัทที่เพิ่งฟื้นตัว EPS เพิ่งดีขึ้นอาจ P/E ดูสูง
Forward P/E (P/E คาดการณ์)
ใช้ EPS ที่ Analyst คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 12 เดือนข้างหน้า เป็นตัวหาร
+ บอกอนาคต ช่วยประเมินว่าราคาตอนนี้ "แพง" เกินไปสำหรับกำไรที่คาดหวังไหม
- ตัวเลขคาดเดา ถ้า Analyst ผิด Forward P/E เปลี่ยนทันที

สำหรับมือใหม่: ดู Trailing P/E เป็นหลัก (ข้อมูลจริง) แล้วเปรียบกับ Forward P/E เพื่อดูว่านักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะขึ้นหรือลงจากนี้

P/E มาตรฐานของแต่ละ Sector ต่างกัน

นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด — เอา P/E ของ Tech ไปเทียบกับธนาคาร แล้วสรุปว่า Tech แพง ทั้งที่ทั้งสอง Sector มีมาตรฐาน P/E ต่างกันโดยธรรมชาติ:

Sector P/E ปกติโดยทั่วไป เหตุผล
Technology (Growth) 25x – 60x+ คาดหวัง EPS Growth สูง นักลงทุนจ่ายแพงเพื่ออนาคต
Consumer Discretionary 20x – 30x โตตามผู้บริโภค วัฏจักรชัด
Healthcare 18x – 28x Moat สูง (สิทธิบัตร) แต่ความไม่แน่นอน R&D
Consumer Staples 15x – 25x กำไรมั่นคง Defensive — Coca-Cola, P&G
Industrials 15x – 22x วัฏจักรเศรษฐกิจ กำไรผันผวนตาม GDP
Financials (ธนาคาร) 8x – 15x ธรรมชาติธุรกิจทำให้ P/E ต่ำ ใช้ P/B แทนดีกว่า
Energy (น้ำมัน) 8x – 12x Commodity — กำไรผันผวนตามราคาน้ำมัน
Utilities (สาธารณูปโภค) 12x – 20x กำไรมั่นคง ปันผลสูง แต่โตช้า

PEG Ratio — P/E ที่ปรับด้วย Growth Rate

Peter Lynch (นักลงทุนในตำนาน) คิดค้น PEG Ratio เพื่อแก้ปัญหาว่า "P/E 40x ของ Growth Stock แพงหรือถูก"

PEG = P/E ÷ EPS Growth Rate (% ต่อปี)
PEG < 1 = อาจถูก  |  PEG = 1 = สมเหตุสมผล  |  PEG > 2 = แพงมาก
บริษัท P/E EPS Growth/ปี PEG ข้อสรุป
บริษัท A (Growth) 40x 50% 0.8 อาจถูกมาก
บริษัท B (Growth) 40x 15% 2.7 แพงมากสำหรับ Growth ที่มี
บริษัท C (Value) 10x 5% 2.0 P/E ต่ำแต่โตช้า ก็แพงพอสมควร

PEG ดีสำหรับ Growth Stock แต่ใช้กับบริษัทที่กำไรเป็นลบหรือกำลังขาดทุนไม่ได้ และ Growth Rate ในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต

เมื่อไหร่ P/E ใช้ไม่ได้

บริษัทที่กำไรติดลบ
ถ้า EPS ติดลบ P/E จะออกมาเป็นลบหรือไม่มีความหมาย Amazon ช่วงแรกขาดทุนทุกปีแต่ราคาหุ้นยังขึ้น ต้องดู Revenue Growth และ Path to Profitability แทน
Cyclical Company (บริษัทวัฏจักร)
บริษัทเหมืองแร่หรือน้ำมันมักมี P/E ต่ำตอนตลาดดี (กำไรพุ่ง) และ P/E สูงหรือขาดทุนตอนตลาดแย่ (กำไรลด) — ตรงข้ามกับสัญชาตญาณ ควรดู Normalized Earnings แทน
ธนาคารและบริษัทการเงิน
P/E ของธนาคารต่ำโดยธรรมชาติเพราะโครงสร้างธุรกิจ นักวิเคราะห์มักใช้ P/B (Price-to-Book) และ ROE แทนเมื่อวิเคราะห์ธนาคาร
บริษัทที่มี One-time Gain/Loss
ถ้ากำไรปีนี้สูงเพราะขายทรัพย์สิน (ไม่ใช่ธุรกิจปกติ) P/E จะดูต่ำผิดปกติ ต้องดู Core Operating Earnings แทน

6 ความเข้าใจผิดเรื่อง P/E Ratio

1
P/E ต่ำ = ถูก ต้องซื้อ
P/E ต่ำอาจเป็น "Value Trap" — บริษัทที่กำไรกำลังถดถอย หรืออุตสาหกรรมที่กำลังจะหายไป ต้องถามว่า "ทำไมถึงถูก" ก่อนซื้อ
2
เอา P/E ต่างกลุ่มมาเทียบกัน
P/E ของ Tesla (Growth Tech) เทียบกับ Toyota (ยานยนต์ Traditional) ไม่มีความหมาย เหมือนเทียบความเร็วรถม้ากับรถไฟ ต้องเทียบ Peer ใน Sector เดียวกัน
3
P/E เดียวบอกทุกอย่าง
P/E ต้องดูคู่กับ P/B, EV/EBITDA, Debt/Equity, และ Cash Flow เสมอ ตัวเลขเดียวไม่เล่าเรื่องครบ บริษัทที่ P/E สวยอาจมี Debt ท่วมหัวก็ได้
4
P/E สูง = ฟองสบู่แน่ๆ
NVIDIA ปี 2023 P/E สูงมาก แต่กำไรโต 600%+ ในปีนั้น Forward P/E จึงไม่ได้สูงเหมือน Trailing P/E ต้องดู Growth Rate ประกอบเสมอ
5
Trailing P/E คือตัวเดียวที่ต้องดู
Trailing P/E มองหลัง Forward P/E มองหน้า ต้องดูทั้งคู่ ถ้า Forward P/E ต่ำกว่า Trailing แปลว่ากำไรคาดว่าจะเพิ่ม Analyst มองว่าบริษัทกำลังฟื้นตัว
6
P/E เหมาะกับทุกบริษัท
ธนาคาร = ใช้ P/B, REITs = ใช้ P/FFO, Startup ขาดทุน = ใช้ P/S (Price-to-Sales) แต่ละประเภทธุรกิจมี Metric ที่เหมาะกว่า P/E
อ่านต่อ — วิเคราะห์หุ้นได้ลึกขึ้น
P/E คือจุดเริ่มต้น — ยังมี Metric อีกหลายตัวที่ต้องเข้าใจ
COMMENTS — แสดงความคิดเห็น