ก่อนจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องมีสิ่งนี้ก่อน เพราะถ้าไม่มีเงินสำรอง คุณอาจต้องขายหุ้นในจังหวะที่แย่ที่สุด
ลองนึกภาพ: คุณลงทุนหุ้นมาสองปี พอร์ตกำลังขาดทุน 20% แต่กะทันหันรถเสียต้องซ่อม 50,000 บาท และเงินเดือนออกอีกสองสัปดาห์ คุณจะทำอย่างไร?
ถ้าไม่มีเงินสำรอง คำตอบคือ "ขายหุ้นตอนขาดทุน" หรือ "กู้หนี้" ทั้งสองทางล้วนแย่
Emergency Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน คือเงินสดที่เก็บแยกไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ใช่เงินลงทุน ไม่ใช่เงินออมระยะยาว แต่คือ "ประกันภัยสภาพคล่อง" ของคุณ
ค่าซ่อมรถหรือค่าโรงพยาบาลกะทันหัน ไม่มีเวลารอ
ต้องใช้เวลาหางานใหม่ 1–6 เดือน ต้องการเงินประทังชีพ
ค่ารักษาที่ประกันไม่ครอบคลุมหรือเบิกได้ช้า
แอร์พัง หลังคารั่ว ท่อน้ำแตก ต้องจ่ายทันที
ไม่ว่าตลาดจะดูน่าสนใจแค่ไหน ถ้ายังไม่มีเงินสำรองที่เพียงพอ ให้สร้างเงินสำรองก่อน เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินและต้องขายหุ้นขาดทุน ความเสียหายจะมากกว่าผลตอบแทนที่เสียไปจากการรอ
หลักทั่วไปคือต้องมีเงินสำรอง 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่ตัวเลขที่เหมาะสมขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละคน
สำหรับคนที่มีงานมั่นคง รายได้หลายทาง หรืออยู่คนเดียว
สำหรับคนทั่วไป มีครอบครัว หรืองานที่หาทดแทนยาก
รายได้ผันผวน ควรมีเผื่อไว้มากกว่า เพราะไม่มีเงินเดือนประจำ
| สถานการณ์ | เงินสำรองที่แนะนำ |
|---|---|
| พนักงานประจำ งานมั่นคง อยู่คนเดียว | 3 เดือน |
| พนักงานประจำ มีครอบครัวพึ่งพา | 6 เดือน |
| พนักงานในอุตสาหกรรมที่ผันผวน | 6–9 เดือน |
| Freelancer / Solopreneur | 9–12 เดือน |
| เจ้าของธุรกิจ / Self-employed | 12 เดือน+ |
หลักคือเงินสำรองต้องเข้าถึงได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ก็ไม่ควรง่ายเกินไปจนใช้ผิดวัตถุประสงค์
ถอนได้ทันที ดอกเบี้ย 1.5–3% ต่อปี ปลอดภัยที่สุด เหมาะสำหรับเงินสำรองส่วนใหญ่
สภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำมาก ผลตอบแทนดีกว่าบัญชีออมทรัพย์เล็กน้อย T+1-2 ถอนออกได้
ดอกเบี้ยสูงกว่า แต่ถอนก่อนกำหนดเสียดอกเบี้ย ใช้ได้สำหรับเงินสำรองส่วนเสริม ไม่ใช่หลัก
ราคาผันผวน อาจขาดทุนพอดีกับตอนที่ต้องใช้เงิน ห้ามนับหุ้นเป็นเงินสำรอง
ขายไม่ทัน ราคาผันผวนสูง ไม่มีสภาพคล่องพอสำหรับเหตุฉุกเฉิน
ดอกเบี้ย 18–28% ต่อปี ใช้ฉุกเฉินได้ แต่ไม่ใช่ทดแทนเงินสำรองที่แท้จริง
รวมทุกอย่าง: ค่าเช่า อาหาร เดินทาง ผ่อนรถ ประกัน โทรศัพท์ ไม่รวมของฟุ่มเฟือย
อย่าเพิ่งกังวลว่าต้องถึง 6 เดือน เริ่มจาก 3 เดือนก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีหลัง
อย่าเก็บรวมกับบัญชีใช้จ่ายประจำวัน เปิดบัญชีออมทรัพย์แยกไว้โดยเฉพาะ จะได้ไม่โดนใช้โดยไม่ตั้งใจ
ตั้ง Standing Order โอนเงินสำรองวันที่ได้รับเงินเดือนทันที ไม่ต้องใช้ Willpower
จากนั้นเปลี่ยนจาก "เก็บเงินสำรอง" เป็น "เริ่มลงทุน" ได้เลย
เงินสำรองไม่ใช่เงินออม คุณจะต้องใช้มันสักวัน เมื่อใช้แล้วให้หยุดลงทุนชั่วคราวและเติมกลับให้ครบก่อน แล้วค่อยกลับมาลงทุนต่อ
บัตรเครดิตคือหนี้ ดอกเบี้ย 18–28% ต่อปี เหตุฉุกเฉินกลายเป็นวิกฤตหนี้
ไม่มีงานที่ "มั่นคง 100%" เสมอ COVID พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกอุตสาหกรรมเสี่ยง
ตลาดอาจลงพอดีกับที่คุณต้องใช้เงิน ขายหุ้นขาดทุนเพราะฉุกเฉิน
ปะปนกันจะทำให้ไม่รู้ว่าใช้เงินสำรองไปแล้ว แยกบัญชีดีกว่าเสมอ
ค่าหางานใหม่เฉลี่ย 3–6 เดือน 1 เดือนไม่พอในกรณีตกงาน
เริ่มเก็บทีละน้อยก็ได้ แม้แค่เดือนละ 2,000 บาท ใน 12 เดือนมี 24,000 บาทแล้ว
สร้าง Emergency Fund แล้ว ขั้นต่อไปคือการวางแผนการเงินและเริ่มลงทุน
💬 ความคิดเห็น