Assets, Liabilities, Equity — สมการพื้นฐานที่บอกว่าบริษัทมีอะไร เป็นหนี้อะไร และเหลือของเจ้าของแค่ไหน
🟡 ปานกลาง
ถ้าบริษัทมีทรัพย์สิน 100 ล้าน — เงินก้อนนั้นมาจากสองแหล่งเท่านั้น: กู้มา (Liabilities) หรือ เจ้าของใส่เข้ามา + กำไรสะสม (Equity) ไม่มีทางที่ 2+2=5 ได้ในงบดุล ถ้ายอดไม่ balance แปลว่าข้อมูลผิดพลาด
คือกำไรสุทธิสะสมที่บริษัทไม่ได้จ่ายออกไปเป็นเงินปันผล แต่เก็บไว้ลงทุนต่อ — บริษัทที่ Retained Earnings สูงและเติบโตต่อเนื่องมักแสดงว่าธุรกิจแข็งแรงและบริหารเงินได้ดี
| Ratio | สูตร | อ่านค่าอย่างไร |
|---|---|---|
|
Current Ratio
Current Assets ÷ Current Liabilities
|
สภาพคล่องระยะสั้น — บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากพอจ่ายหนี้ระยะสั้นไหม | >1.5 = ดี <1 = น่ากังวล |
|
Debt-to-Equity (D/E)
Total Debt ÷ Total Equity
|
ระดับหนี้เทียบกับทุนของเจ้าของ — D/E สูงแปลว่าบริษัทใช้หนี้เยอะ ความเสี่ยงสูงขึ้น | <1 = อนุรักษ์นิยม >2 = ตรวจสอบอุตสาหกรรม |
|
Quick Ratio
(Cash + Receivables) ÷ Current Liabilities
|
เข้มกว่า Current Ratio — เอา Inventory ออกก่อน เพราะ Inventory อาจขายไม่ได้เร็ว | >1 = ปลอดภัย <0.8 = สภาพคล่องต่ำ |
|
Book Value per Share
Total Equity ÷ Shares Outstanding
|
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น — ถ้าราคาหุ้น < Book Value อาจถูก (แต่ต้องดูเหตุผลด้วย) | เปรียบกับ P/B Ratio ของอุตสาหกรรม |
|
Net Debt
Total Debt − Cash & Equivalents
|
หนี้จริงๆ หลังหักเงินสดที่มีอยู่ — ดีกว่าดูหนี้ล้วนๆ เพราะบริษัทอาจมีเงินสดจ่ายหนี้ได้ | Net Debt ต่ำ/ติดลบ = บริษัทแข็งแกร่ง |
Income Statement และ Cash Flow เป็น "ภาพยนตร์" — บอกว่าเกิดอะไรขึ้น ตลอดไตรมาส/ปี แต่ Balance Sheet คือ "ภาพถ่าย" ณ วันใดวันหนึ่ง (เช่น 31 ธ.ค.) — ค่าอาจเปลี่ยนมากในวันถัดไป
1. บริษัทมีเงินสดพอจ่ายหนี้ระยะสั้นไหม? (Current Ratio)
2. หนี้สัมพันธ์กับทุนสมเหตุสมผลไหม? (D/E เทียบอุตสาหกรรม)
3. Retained Earnings เติบโตต่อเนื่องไหม? (สัญญาณธุรกิจสุขภาพดี)
งบดุลไม่ได้บอกว่าหุ้นถูกหรือแพง แต่บอกว่าบริษัทแข็งแกร่งหรือเปราะบาง — อ่านคู่กับ Income Statement และ Cash Flow จึงจะเห็นภาพครบ
งบดุลเป็นหนึ่งในสามงบสำคัญ — ไปอ่าน Income Statement และ P/E Ratio เพื่อวิเคราะห์หุ้นได้ครบ
ถามได้เลย — ไม่มีคำถามไหนโง่เกินไป